เดเระอนิ 20 กับประเด็นต่างๆที่น่าสนใจ

อย่าเพิ่งตกใจกันครับ วันนี้ไม่ได้หิมะตกอะไรแน่นอนเพราะอันนี้จขบไม่ได้เขียนเอง(…)

อันนี้เขียนโดยมิตรสหายชิมามู่ผีท่านหนึ่ง ซึ่งจขบอ่านแล้วรู้สึกอยากให้อีกหลายๆคนได้อ่านด้วย เลยไปขออนุญาตไปเอามาลงครับ


สปอยเดเระอนิตอน 20 กับประเด็นหลายๆประเด็นที่อยากพูด

ส่วนตัวตอนนี้คิดว่าตอนนี้ไม่ใช่ตอนดราม่าตับแตกแบบตอนจิฮายะเสียงหายในอนิมาสนะครับ แต่เป็นตอนที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโต และธีมที่เด่นชัดของซีซั่น 2 ซะมากกว่า

บทของ TP (Triad Primus) ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตัวเอก

ตรงนี้ขอท้าวความก่อนว่า ก่อนซีซั่นจะ 2 ฉาย มี TPP หลายคนบ่นกันว่าไม่อยากให้ TP เป็นยูนิทฝั่งตรงข้ามเลย เพราะชอบ TP ไม่อยากให้ TP โดนบททำให้คนดูคนอื่นๆเกลียด ซึ่งก็เป็นงานหนักของสตาฟที่ต้องสื่อตรงจุดนี้ออกมาให้ดีๆ เพื่อไม่ให้เกิดเฮทกับ TP ถึงแม้จะอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตัวเอกก็ตาม

ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็พบว่ายังทำได้ดี โดยเฉพาะฉากในร้านแม็คที่รินปฏิเสธคาเรนแล้วแทนที่จะทำให้คาเรนพูดแบบแสดงไม่ความพอใจ แต่กลับเลือกที่จะให้คาเรนเจรจาด้วยเหตุผล แสดงความคิดความต้องการของตัวเอง ให้รินถามใจตัวเองมากกว่าว่าต้องการอะไรและเป็นคนตัดสินใจเอง (คล้ายกับวิธีการที่ป้าใช้ในตอนนี้) และจุดนี้ก็เป็นจุดที่สื่อถึงคาแรคเตอร์จริงๆของคาเรนได้ดีมากด้วย เพราะใน TP และในเกมคาเรนจะเป็นคนที่พูดตรงๆเสมอ ซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองมากกว่ารินและนาโอะเสียอีก

สำหรับคาแรคเตอร์ของนาโอะนั้น คนที่เล่นเกมหรือตามมาก่อนจะรู้กันว่านาโอะนั้นชอบอนิเม แต่ตรงจุดนี้ในอนิเมยังไม่ได้มีการอธิบายนิสัยของนาโอะจริงๆเลย ผู้ที่ดูครั้งแรกจะรู้แค่ว่าเป็นสาวซึนเฉยๆ ซึ่งฉากในร้านแม็ค สตาฟได้สื่อถึงนิสัยชอบอนิเมของนาโอะด้วยการให้เป็นคนเดียวที่สั่งแฮปปี้เซ็ทที่แถมของเล่นจากอนิเมมาทาน (ในขณะที่อีก 2 คนสั่งอาหารทานง่ายๆมา เพราะจะมาคุยเรื่องสำคัญกันมากกว่า) โดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบายหรือต้องทำบทพูดบอกนิสัยของนาโอะตรงนี้ออกมาเลย ซึ่งขอแค่ผู้ชมใส่ใจจุดนี้สักนิดก็จะพอเข้าใจนิสัยของนาโอะได้ และไม่ต้องบ่นว่าทำไมอนิเมไม่เจาะลึกนิสัยของนาโอะคาเรน

เนื้อร้อง「新たな光に会いに行こう」ในเพลง Shine!! ที่เป็นคีย์ในภาคนี้ กับทางเลือกของแต่ละคน

ท่อนนี้ถูกพูดถึงกันเยอะที่สุดในเพลงกันตั้งแต่ตอน OP ฉายแล้ว แน่นอนว่าจนถึงตอนที่ 20 นี้ ท่อนนี้เป็นธีมที่สำคัญที่สุดของซีซั่น 2 อย่างไม่ต้องสงสัยเลย การที่แต่ละคนต้องก้าวไปสู่สิ่งใหม่ๆนั้นถูกสื่อออกมาอย่างชัดเจนในทุกๆตอน ไม่ว่าจะเป็น

CI – อันสุที่ต้องลดการดูแลคานาโกะกับจิเอริลงบ้าง แล้วไปจับคู่กับคิราริ ส่วนคานาโกะกับจิเอริก็ต้องยืนหยัดให้ทำงานด้วยตัวเองให้ได้โดยไม่ต้องพึ่งอันสุแบบทุกที

Dekoration – คิราริที่ต้องไปจับคู่กับอันสุ ริกะที่ต้องเผชิญกับบททดสอบในความเป็นตัวของตัวเองพร้อมๆกับมิกะ และมิเรียที่ต้องเติบโตขึ้น เป็นพี่สาวให้กับน้องที่เพิ่งเกิด

Asterisk – มิคุที่จากเดิมแค่อยากเป็นไอดอล ขายคาแรคเตอร์ของตัวเอง ก็มีเป้าหมายของตัวเองแบบอุซามิน ส่วนรีนะก็ต้องค้นหาความหมายของคำว่าร็อคที่ตัวเองชอบพูดแบบไม่รู้อะไร กับเป้าหมายของตัวเองแบบนัทสึกิ

Rosenberg Engel – รันโกะที่ท้าทายกับความกลัวสิ่งของแนว horror ของตัวเองในการทำงาน (งานฮัลโลวีนอีเวนท์กับโคอุเมะ)

Love Laika – อาเนียที่จะโซโล่เดบิว และเลิกนิสัยพึ่งมินามิแบบเดิมๆ มาตัดสินใจอะไรบางอย่างด้วยตัวเองคนเดียวบ้าง เพื่อเป็นตัวเองที่แข็งแกร่งขึ้น

เปรียบเทียบ New Generations กับ Love Laika

ตอนนี้ก็เป็นอีกตอนที่ทั้ง 2 ยูนิทนี้ถูกนำมาเปรียบเทียบกัน หลังจากตอนที่ 6 ของซีซั่นแรก ที่ให้ทั้ง 2 กลุ่มเผชิญกับปัญหาที่คล้ายๆกัน แต่วิธีการแก้ไขปัญหาต่างกันด้วยหลายๆปัจจัย

ฝั่ง LL นั่นเคลียร์กันได้เพราะอาเนียที่พูดความต้องการของตัวเองออกไปตรงๆ พร้อมด้วยเหตุผลที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจและยอมรับได้ ซึ่งผิดกับทางฝั่งนิวเจนที่อุซึกิไม่ยอมพูดความคิดเห็นอะไรออกมาเลยในตอนที่มิโอะถาม ได้แต่ตอบว่า “ไม่รู้ค่ะ” กับรินที่ไม่สามารถอธิบายเหตุผลของการไปร่วม TP ให้อีก 2 คนให้เข้าใจได้

New Generations ทั้งสามคน

มิโอะ

ก่อนอื่นขอบอกตรงนี้ก่อนว่าคนเขียนเป็นชิมามู่P และชอบมิโอะน้อยที่สุดใน 3 คนนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่มีทางลำเอียงไปทางมิโอะแน่นอน

แอบน้อยใจเล็กๆว่าบางคนดูตอนนี้แล้วพยายามโทษมิโอะก่อนเลย แต่อยากให้สังเกตุสักนิดว่าจริงๆแล้วใน 3 คนนั้น มิโอะแสดงให้เราเห็นชัดมากที่สุดถึงพัฒนาการของตัวเอง มิโอะเป็นคนเดียวที่ลงมือทำและก้าวไปข้างหน้าในตอนนี้ ทั้งการหาหนังสือเกี่ยวกับการฝึกซ้อมมาเพื่อฝึกฝนตัวเอง

ส่วนเรื่องที่เถียงกันนั้น ผมมองว่าคำพูดของมิโอะนั้นถูกต้องที่สุดใน 3 คนนั้นแล้วด้วยซ้ำ ที่ถามรินว่าสิ่งที่รินตามหา ทำไมนิวเจนถึงให้รินไม่ได้กันล่ะ? เพราะเหตุผลที่รินยกมาอ้างนั้นมันคลุมเครือเกินไป จะไปเพื่อค้นหา”อะไรบางอย่าง”เนี่ย เป็นผมก็ต้องถามแบบนั้นแหละ ในขณะที่อาเนียบอกกับมินามิอย่างชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีกว่านี้ มินามิถึงได้ยอมรับแต่โดยดีและไม่มีคำถามใดๆ แถมยังสนับสนุนอาเนียอีกด้วย

นอกจากนั้น ตอนที่มิโอะวิ่งออกไป ให้เราย้อนไปเปรียบกับภาพในดราม่าตอนที่ 6 ได้เลย พบว่าผกก.ทาคาโอะได้ใช้สัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อต้องการจะสื่อถึงเหตุผลและแนวโน้มของบททดสอบครั้งนี้ว่าเป็นไปในด้านบวกแน่ๆ ในตอนที่ 6 มิโอะวิ่งลงบนไดลงไปในทางเดินมืดๆ ในขณะที่ตอนที่ 20 มิโอะวิ่งขึ้นบันไดไปที่ดาดฟ้า ผ่านบันไดที่มีไฟเปิดส่องสว่าง ส่วนพีก็ไม่ได้ยืนอ้ำอิ้งแบบตอนที่ 6 แล้วแต่วิ่งตามไปคุยทันทีที่ดาดฟ้า

สำหรับผมเป็นเรื่องน่าเสียดายที่หลายคนตั้งแง่ด่ามิโอะกันก่อนทันทีเลย ทั้งๆที่ผกก.ทาคาโอะแกสื่อไว้อย่างชัดเจนแล้ว อีกทั้งใน ED ยังให้เห็นชัดเจนด้วยว่ามิโอะนั้นได้ไปทบทวนและตัดสินใจอะไรบางอย่างมาแล้ว ไม่ได้จะโซโล่เดบิวเพราะงอนหรืออยากจะตอบโต้รินอะไรเลย อีกทั้งยังปรึกษาพีมาก่อนแล้วด้วย สังเกตุได้จากท้ายตอนที่พูดจะพูดแทนมิโอะ แต่มิโอะขอประกาศเอง

จุดสังเกตุเพิ่มเติม

– หลังพีไปถึงตัวมิโอะแล้ว เราจะเห็นว่ามิกะมาเจอแล้วน่าจะเข้าไปคุยด้วย ดังนั้นการตัดสินใจของมิโอะน่าจะผ่านการปรึกษากับทั้งผู้ใหญ่และคนมีประสบการณ์แบบมิกะมาแล้ว น่าจะมั่นใจได้ส่วนนึงว่าไม่ได้ทำไปเพราะอารมณ์หรืออยากตอบโต้อะไรแน่นอน

– นกที่โบยบินผ่านตึกใน ED มีทั้งหมด 12 ตัว นี่ก็เป็นสัญลักษณ์ของผกก.ทาคาโอะอีกเช่นกัน ว่า CP ทั้งหมด 12 จาก 14 คน ได้มุ่งไปสู่ข้างหน้าแล้ว เหลือแค่นกอีก 2 ตัว คือรินที่ยังคลุมเครือในเหตุผลของตัวเอง กับอุซึกิที่ยังคงถูกทิ้งให้นั่งอยู่บนม้านั่งใน OP คนเดียว

ริน

ในตอนนี้เราจะเห็นกันว่า เหตุผลของรินที่ไม่ชัดเจน นำมาซึ่งปัญหาในช่วงท้ายตอน โดยถ้าลองอ่านบทพูดในตอนนี้ดีๆและนึกย้อนไปถึงตอนก่อนๆ จะพอเข้าใจรินกันได้มากขึ้นครับ โดยรินบอกว่าถ้าเธอไป TP แล้ว เธอจะได้พบ “สิ่งใหม่ๆบางอย่าง” นั้นดูเป็นเหตุผลที่คลุมเครือก็จริง แต่อย่าลืมว่าในตอนที่ 1 ของซีซั่นแรก รินตอบตกลงพีว่าจะมาเป็นไอดอล เพราะเชื่อในคำโฆษณาชวนเชื่อของพีที่ให้ลองออกจากชีวิตเดิมๆที่ไม่มีจุดหมาย ไปตามหา “สิ่งใหม่ๆบางอย่าง” ที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอ ดังนั้นจะกล่าวว่าไอ้สิ่งที่เราเห็นว่ามันคลุมเครือกันนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เป็นเหตุผลในการมาเป็นไอดอลของรินก็ไม่เกินเลยไปนัก และก็ไม่แปลกที่รินจะให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มาก ถึงขนาดยอมตอบตกลงนาโอะกับคาเรน

จุดสังเกตุเพิ่มเติม

– ตลอด 20 ตอนที่ผ่านมาถึงเราจะเห็นรินไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่ก็มีการบอกเป็นนัยๆตลอดว่าเธอยังตามหา “สิ่งใหม่ๆบางอย่าง” ไม่เจอเลย เช่นในตอนแรกของซีซั่น 2 ที่รินตอบคำถามพีว่า “กำลังอยู่ในช่วงที่กำลังจะสนุกกับการเป็นไอดอล”

อุซึกิ

มาถึงคนที่น่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่สุดของซีซั่น 2 และน่าจะเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกไปข้างหน้า (โดยคาดเดาจาก OP) โดยสำหรับอุซึกินั้น ผมจะยังไม่พูดอะไรเยอะมาก เพราะเรายังไม่เห็นปัญหาของเธอแบบเต็มๆ จึงไม่ควรวิเคราะห์ทั้งหมดตอนนี้ แต่จากที่สังเกตุกัน น่าจะคาดเดาได้ว่าปัญหาส่วนนึงของอุซึกิ มาจากการไม่มีความมั่นใจในตัวเอง โดยในซีซั่น 2 เริ่มที่จะมีการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่บ่อยๆ เช่นในตอนที่ 15 ที่รินกับมิโอะนั่งเขียนสิ่งที่อยากทำเพื่อพัฒนา CP ในแบบของตัวเองได้ แต่ของอุซึกิเป็นกระดาษเปล่า ส่วนของตอน 20 เธอก็บอกว่าเธอไม่สามารถคิดอะไรใหม่ๆแบบมิโอะได้เลย ดังนั้นคำว่า “กัมบาริมัส” ที่เราเห็นเธอพูดประจำ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เธอจะบอกคนอื่น แต่จริงๆแล้ว อาจะเป็นคำพูดที่พูดให้ตัวเองฟังมากกว่า เพราะสิ่งที่คนความสามารถน้อยแบบเธอจะทำได้ในตอนนี้ก็คือ”พยายามให้มากขึ้น”เท่านั้นเอง

นอกจากนี้หากย้อนไปเทียบกับเรื่องของฮารุกะในช่วงท้ายของอนิมาส จะพบว่าถึงองค์ประกอบและสถานการณ์ของทั้งสองคนนี้มีความแตกต่างกัน แต่แก่นของปัญหาของทั้งคู่มีความเหมือนกัน คือ คนอื่นๆก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ตัวเองยังไม่อยากเปลี่ยนแปลงไป โดยฮารุกะนั้นยังอยากซ้อม อยากทำงานร่วมกันคนอื่นเหมือนเมื่อก่อน ส่วนอุซึกินั้น ยังอยากอยู่เป็นนิวเจนแบบเดิมต่อไป

เขียนมายาวนี่ก็ไม่ใช่อะไรครับ ส่วนตัวชอบการเขียนบท รวมถึงสไตล์การกำกับของผกก.ทาคาโอะเอามากๆ แต่น่าเสียดายที่บางคนอาจจะมองข้ามไป เลยเขียนบทความนี้ขึ้นมา จากการเอาสิ่งที่ได้เห็นมาผสมกับข้อสังเกตุของพีคนอื่นๆในทวิตเตอร์ เผื่อว่าจะได้เห็นถึงสิ่งที่บทต้องการจะสื่อ รวมถึงแรงจูงใจและเบื้องหลังการกระทำของตัวละครแต่ละตัวครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ทนอ่านจนจบครับ ถ้าอนิเมจบแล้วมีอะไรให้พูดถึงแบบนี้อีกอาจจะมีภาคต่อก็ได้

ปล. แถม.เกร็ดเล็กน้อย เซ็ตติ้งของเดเระอนินี่จริงๆแล้วคาเเรคเตอร์ป่วยๆกันมากกว่า 765 อีกนะ ในเกมนี่อะไรไร้สาระติ๊งต๊องนี่เพียบ แต่อนิเมทำไมมันจริงจังแบบนี้ก็ไม่รู้ 555+ (แต่ก็ดีไปอีกแบบ)


ปล. สำหรับคนที่รอเกร็ดแต่ละตอนอยู่(ยังมีอยู่ไหม) ถึงจะหายไปยาวแต่ทางนี้ยังพยายามเขียนเรื่อยๆอยู่นะครับ แต่ด้วยเวลาที่น้อยลง, แกรนบลูสูบเวลา, ซีนี้ดูเมะเยอะไปนิด, ไปนั่งถกประเด็นต่างๆกับมิตรสหายผีแล้วก็ไล่อ่านความคิดของพวกผียุ่น ตัวบล็อกเลยจะลงช้า(ไม่)หน่อย ตั้งเป้าอยู่ว่าจะพยายามเขียนให้ครบทุกตอนภายในเดือน 2 ปีหน้าครับ(…)

Advertisements

3 thoughts on “เดเระอนิ 20 กับประเด็นต่างๆที่น่าสนใจ

  1. ฝากแทนด้วยนะคะ ข้อยมิอาจเขียนต่อได้แล้ว ชีวิตพังดีเลย์ไปเยอะ 555555

  2. ขำตรงแกรนบลูสูบเวลามากครับ เพราะผมก็เป็น XD

  3. ผลงานเรื่องนี้มีรายละเอียดลึกซึ้งดี คนไม่ใช่ผีอย่างผม ได้ได้คอยมีผีมาบอกแบบนี้แหละ ขอบคุณครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s